Mentor International | เรียนต่อต่างประเทศ อังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา ตรี โท เอก แนะแนวฟรี

  SINCE 1986
  INTERNATIONAL
  EDUCATION SERVICES
  STUDY IN
  UK
 STUDY IN
  AUS
 STUDY IN
  USA
 BOARDING
  SCHOOLS
UK UNIVERSITY
COURSE SEARCH
     Faculty / School
      
     Major
      
     GPA
      
  









Home > Visa > USA Visa
USA Visa

โดยทั่วไปแล้ว พลเมืองของประเทศอื่นที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาจะต้องมีวีซ่าเสียก่อน โดยอาจเป็นวีซ่าชั่วคราวเพื่อการพำนักอาศัยในสหรัฐฯ ชั่วคราว หรือวีซ่าถาวรเพื่อการพำนักอาศัยเป็นการถาวร

สำหรับผู้ขอวีซ่าในประเทศไทยที่สถานฑูตสหรัฐอเมริกาในวันนี้ตามระบบใหม่ซึ่งมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการบริการนี้ ผู้ขอวีซ่าจะสามารถเลือกวันสัมภาษณ์เองได้และมาที่แผนกกงสุลสหรัฐฯเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ผู้ขอวีซ่ายังสามารถสอบถามเกี่ยวกับเรื่องวีซ่าผ่านทางโทรศัพท์ จากเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สถานฑูตสหรัฐฯ ยังได้เพิ่มสาขาที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งรับชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอวีซ่าด้วย

ขั้นตอนใหม่ในการขอวีซ่า

  1. ชำระค่าธรรมเนียมในยื่นคำร้องขอวีซ่าเป็นเงิน 160 เหรียญสหรัฐ หรือ 5,120 บาท(แก้ไขล่าสุด 13 เมษายน 2012) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขา
  2. ซื้อรหัสประจำตัว PIN เพื่อใช้สำหรับการจองคิวนัดหมายเพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่า สามารถทำได้ดังนี้
    2.1 ซื้อผ่านระบบออนไลน์ ชำระผ่านบัตรเครดิต เป็นเงิน 384 บาท http://www.thailand.us-visaservices.com
    2.2 ซื้อ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขา (กรุณาตรวจสอบสำนักงานไปรษณีย์ที่ให้บริการ) เป็นเงิน 384 บาท โดยจะสามารถใช้รหัส ดังกล่าวในวันรุ่งขึ้น หลัง 13.00 เป็นต้นไป
    2.3 ซื้อผ่านระบบ Call Center 001-800-13-202-2457เป็นเงิน 640 บาท
  3. กรอกแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมพริ้นต์ออกสำหรับการยื่นคำร้องขอวีซ่าต่อไป
  4. DS160 : Online Non immigrant Visa Application
    DS157 : Supplemental Nonimmigrant Visa Application
    DS158 : Contact Information and Work History for Nonimmigrant Visa Applicant (สำหรับผู้จะไปศึกษาต่อเท่านั้น)
  5. ใบนัดหมายการยื่นคำร้องขอวีซ่า แนะนำให้เดินทางไปถึงสถานฑูตล่วงหน้าก่อนเวลานัดหมาย 30 นาที
    **การจองวันสัมภาษณ์ทางเว๊บไซด์ หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัว ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน (สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร หรือพี่/น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน)
  6. ซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) สามารถซื้อที่สถานฑูตในวันนัดสัมภาษณ์ เพื่อใช้ส่งหนังสือเดินทางคืนทางไปรษณีย์
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าประเภทนักเรียน และผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน F / M / J
  1. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน หนังสือเดินทางของท่านควรมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน หลังจากวันที่สิ้นสุดหลักสูตร ท่านควรนำหนังสือเดินทางทุกเล่มที่มีอยู่ ซึ่งหมดอายุแล้ว (ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าเข้าออกสหรัฐฯ หรือไม่ก็ตาม) มายื่นเพื่อประกอบการพิจารณาวีซ่าของท่าน
  2. ภาพถ่าย 1 รูป (ภาพสี พื้นหลัง/ฉากหลังสีขาว ขนาด 50 x 50 มม. หรือ 2 x 2 นิ้ว) เป็นรูปถ่ายหน้าตรง เห็นใบหูทั้งสองข้าง ใบหน้าต้องมีขนาดใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่รูปถ่าย และต้องเป็นรูปถ่ายที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
  3. เอกสารตอบรับจากทางสถาบันการศึกษา หรือ I-20 / DS 2019 ซึ่งออกโดยสถาบันการศึกษาในสหรัฐ (I-20 สำหรับนักเรียนนักศึกษาทั่วไป DS 2019 สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน หรือนักเรียนทุนที่ขอวีซ่าประเภท J1) กรุณาลงลายมือชื่อ และวันที่ให้เรียบร้อย
  4. ใบเสร็จแบบอิเล็กทรอนิกส์ SEVIS I-901 FEE เป็นเงิน 200 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเรียกเก็บจากทาง Department of Homeland Securityตั้งแต่ปี 2003 เพื่อบันทึกข้อมูลของนักเรียนต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการประสานงานระหว่างสถาบันการศึกษา องค์การแลกเปลี่ยน และรัฐบาล
    (SEVIS = Student and Exchange Visitor Program : SEVIS I-901 Fee)
  5. หลักฐานการศึกษาที่ผ่านมา ผู้ยื่นคำร้องต้องแสดงผลการเรียนล่าสุด (TRANSCRIPT) ตัวจริง
  6. ผลคะแนนการสอบต่าง ๆ ที่ใช้ในการสมัครเรียน IELTS/TOEFL/GMAT/GRE/etc.
  7. หลักฐานการทำงานตัวจริง (ถ้ามี)
  8. หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน Financial statement/Bank Letter ของผู้ออกค่าใช้จ่าย หรือของผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่า ที่ออกโดยสถาบันทางการเงิน ซึ่งระบุสกุลเงินบาทไทย และสกุลเงินเหรียญสหรัฐ เพื่อแสดงว่าตนเอง หรือผู้ออกค่าใช้จ่ายมีเงินทุนจำนวนเหมาะสมและเพียงพอครอบคลุมค่าเล่าเรียน ตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนตัวในระหว่างที่ศึกษาอยู่ในสหรัฐฯ
  9. หลักฐานถิ่นที่อยู่ของท่านภายนอกสหรัฐฯ การยื่นขอวีซ่านักเรียนหมายถึง ผู้นั้นขอเข้าไปอยู่ในสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราวก่อนที่ทางสถานฑูตจะออกวีซ่าเข้าเมืองชั่วคราว ท่านต้องแสดงให้เป็นที่พอใจต่อเจ้าหน้าที่กงสุลว่า ท่านไม่มีความประสงค์ที่จะเป็นบุคคลเข้าเมืองถาวร ผู้ยื่นคำร้องจะทำได้โดยการแสดงหลักฐานความผูกพันทางครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคมอื่นๆ ที่มีอยู่ภายนอกสหรัฐฯ ญาติพี่น้อง นายจ้าง หรือเพื่อน ไม่สามารถ “รับประกัน” การเดินทางกลับของท่าน แทนการยื่นหลักฐานดังกล่าวได้ ทางเจ้าหน้าที่กงสุลต้องพิจารณาจากสถานการณ์ของบุคคลผู้ยื่นขอวีซ่า ว่าผู้นั้นมีคุณสมบัติจะได้รับวีซ่าหรือไม่ โดยไม่คำนึงว่า ผู้ใดออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ข้อสำคัญคือ เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณาการออกวีซ่า บนพื้นฐานของพระราชบัญญัติ การตรวจคนเข้าเมือง และสัญชาติสหรัฐฯ กฎหมายฉบับนี้ระบุว่า “เมื่อใดก็ตามที่บุคคลใดยื่นคำร้องขอวีซ่า ภาระการพิสูจน์จะตกอยู่กับบุคคลผู้นั้น ในการที่จะแสดงว่า จนเองมีคุณสมบัติ” กฎหมายเข้าเมืองสหรัฐฯ กำหนดให้เจ้าหน้าที่กงสุล ปฎิเสธคำร้องของผู้ยื่นขอวีซ่า หากบุคคลดังกล่าว ไม่สามารถแสดงหลักฐานที่เชื่อได้ว่า มิได้ประสงค์ต่อการเป็นบุคคลเข้าเมืองถาวร

รายละเอียดต่าง ๆ ของการยื่นคำร้องวีซ่าประเทศสหรัฐฯ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ติดต่อแผนกกงสุล สถานฑูตสหรัฐอเมริกา เพื่อขอรับข้อมูลวีซ่า

สำหรับกรุงเทพฯ
ที่อยู่: 95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์: +66 2 205 5003 (English) +66 2 205 5007 (Thai)
อีเมล์: visasbkk@state.gov
เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 07.00 – 16.00 น.

สำหรับเชียงใหม่และ14 จังหวัดทางภาคเหนือ
ที่อยู่: 387 ถนนวิชยานนท์ เชียงใหม่ 50300
โทรศัพท์: 66 53 252 629
โทรสาร: 66 53 252 633
Email: conschiangmai@state.gov
เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 07.00 – 16.00 น.

แหล่งที่มาของข้อมูล:
http://www.usastudyguide.com
http://thailand.us-visaservices.com
http://bangkok.usembassy.gov/
คู่มือการศึกษาต่อต่างประเทศ TIECA Guide http://www.tieca.com

     
                  | | | |
 
16th Floor, Regent House, 183 Rajdamri Road, Lumpini, Patumwan, Bangkok 10330 THAILAND
Tel: 66(0) 2255 5157-9     Fax: 66(0) 2255 3826     Email: info@mentor.ac
© 2012 Mentor International, All rights reservered.